เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี สำหรับเด็ก ที่ไหนดี? อัปเดต 2026

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี สำหรับเด็ก ที่ไหนดี? อัปเดต 2026
  • มกราคม 9, 2026

สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงการศึกษาภาษาอังกฤษมากว่า 10 ปี และได้เห็นพัฒนาการของเด็กๆ มานับไม่ถ้วน วันนี้ผมอยากจะมาแชร์ข้อมูลเชิงลึกแบบ “ไม่มีกั๊ก” เกี่ยวกับหัวข้อที่ผู้ปกครองถามกันเข้ามามากที่สุดในปี 2026 นี้ นั่นคือ “เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี สำหรับเด็ก ที่ไหนดี?”

เชื่อไหมครับว่า คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่คำตอบกลับซับซ้อนกว่าที่คิด ยิ่งในยุคดิจิทัล 2026 ที่ข้อมูลท่วมท้น การค้นหาแหล่งเรียนรู้ที่ “ฟรี” และ “ดี” จริงๆ นั้นเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร บทความนี้ผมตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อเป็น “คัมภีร์” สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการวางรากฐานภาษาอังกฤษให้ลูกอย่างถูกวิธี ไม่ใช่แค่การหาของฟรีไปวันๆ แต่เป็นการลงทุนทางเวลาที่คุ้มค่าที่สุด เพื่ออนาคตของลูกรักครับ

เราจะมาเจาะลึกกันตั้งแต่สถานการณ์ความสามารถทางภาษาอังกฤษของไทยล่าสุด (ที่น่าตกใจ) ไปจนถึงการเปรียบเทียบแอปพลิเคชันฟรีกับคอร์สเรียนตัวต่อตัว ว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ลูกของคุณจริงๆ พร้อมเทคนิคจากประสบการณ์ตรงที่ผมใช้ปั้นเด็กๆ ให้พูดปร๋อมาแล้ว

วิกฤตภาษาอังกฤษเด็กไทย 2026: ทำไมเราถึงรอช้าไม่ได้?

ก่อนที่เราจะไปดูว่าเรียนที่ไหนดี ผมอยากให้ท่านผู้ปกครองเห็นภาพกว้างก่อนครับ จากข้อมูลล่าสุดปี 2025-2026 โดย EF English Proficiency Index ได้จัดอันดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของประเทศไทยเราอยู่ที่อันดับ 116 จาก 123 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม “Very Low Proficiency” หรือระดับต่ำมาก ข้อมูลนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขู่ให้กลัวนะครับ แต่เพื่อบอกว่า “วิธีการเรียนแบบเดิมๆ ในโรงเรียนอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป”

สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ทักษะที่เด็กไทยอ่อนที่สุดไม่ใช่การอ่านหรือการเขียน แต่คือ “การพูด (Speaking)” และ “การฟัง (Listening)” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารในชีวิตจริง สาเหตุหลักมาจากการขาดโอกาสในการใช้ภาษาจริง ขาดสภาพแวดล้อม และความกลัวที่จะพูดผิด

ทำไม “ช่วงวัยเด็ก” ถึงเป็นโอกาสทองที่พลาดไม่ได้?

  • สมองที่เปิดรับ (Critical Period Hypothesis): งานวิจัยด้านประสาทวิทยาชี้ชัดว่า สมองของเด็กก่อนวัย 12 ปี มีความยืดหยุ่นสูงมากในการเรียนรู้เสียงภาษาใหม่ๆ พวกเขาสามารถเลียนแบบสำเนียงเจ้าของภาษาได้เหมือนเปี๊ยบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำได้ยากมาก
  • ความกล้าที่ยังไม่หายไป: เด็กเล็กๆ ยังไม่มี “กำแพงความอาย” หนาเตอะเหมือนผู้ใหญ่ พวกเขากล้าพูด กล้าผิด และเรียนรู้จากการแก้ไข นั่นคือธรรมชาติของการเรียนภาษาที่ถูกต้องครับ
  • พื้นฐานสู่อนาคต: ในปี 2026 และอนาคตข้างหน้า ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ “วิชาเลือก” แต่เป็น “ทักษะชีวิต” (Life Skill) ที่จำเป็นพอๆ กับการใช้อินเทอร์เน็ต เด็กที่สื่อสารได้ จะเข้าถึงคลังความรู้มหาศาลทั่วโลกได้ก่อนใคร

เจาะลึก: เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ “ฟรี” vs “เสียเงิน” แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

เมื่อพูดถึงคีย์เวิร์ด เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี สำหรับเด็ก ผู้ปกครองหลายท่านมักจะนึกถึง YouTube หรือแอปพลิเคชันฟรีต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าของฟรีมีประโยชน์ครับ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่า ผมขอทำตารางเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนนะครับ

ตารางเปรียบเทียบ: แหล่งเรียนรู้ฟรี vs คอร์สเรียนออนไลน์มืออาชีพ

หัวข้อเปรียบเทียบแหล่งเรียนรู้ฟรี (YouTube, Free Apps)คอร์สเรียนออนไลน์มืออาชีพ (เช่น 51Talk)
รูปแบบการเรียนรับสารทางเดียว (One-way) เด็กนั่งดูหน้าจอ ไม่มีการโต้ตอบกลับสื่อสารสองทาง (Two-way Interactive) โต้ตอบกับครูสดๆ แบบ Real-time
หลักสูตร (Curriculum)สะเปะสะปะ ไม่ต่อเนื่อง เรียนตามคลิปที่ระบบแนะนำมีโครงสร้างชัดเจน อิงมาตรฐานสากล (CEFR/Cambridge) วัดผลได้จริง
การแก้ไขข้อผิดพลาดไม่มีใครแก้ให้เมื่อเด็กออกเสียงผิด หรือใช้ไวยากรณ์ผิดครูผู้เชี่ยวชาญแก้ไขให้ทันที (Instant Correction) ทำให้จำสิ่งที่ถูกไปใช้
แรงจูงใจ (Motivation)เบื่อง่าย เพราะไม่มีปฏิสัมพันธ์ ต้องใช้วินัยสูงมากสนุกสนาน มีครูคอยกระตุ้น ให้กำลังใจ และใช้เกมประกอบการสอน (Gamification)
ผลลัพธ์ที่ได้ได้คำศัพท์ (Vocabulary) และการฟังบ้างเล็กน้อยได้ความมั่นใจในการพูด (Speaking Confidence) และการสื่อสารจริง

จากตารางจะเห็นว่า ถ้าเป้าหมายของคุณคือให้ลูก “รู้จักคำศัพท์” หรือ “ร้องเพลงภาษาอังกฤษได้” ของฟรีตอบโจทย์ครับ แต่ถ้าเป้าหมายคือ “ให้ลูกพูดสื่อสารได้จริง สำเนียงดี และมีความมั่นใจ” การลงทุนกับคอร์สเรียนที่มีคุณภาพจะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและยั่งยืนกว่ามาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับครอบครัวที่ต้องการเริ่มต้นแบบประหยัด หรืออยากทดลองก่อน ผมมีทางออกสายกลางมาแนะนำ นั่นคือการใช้ “ทรัพยากรฟรี เพื่อเสริมการเรียนหลัก” และการหา “คอร์สทดลองเรียนฟรี” จากสถาบันชั้นนำครับ

เทคนิคการเลือกที่เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็ก (ฉบับผู้เชี่ยวชาญ)

ถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่า การเรียนแบบมีครูสอนคือคำตอบ การเลือกแพลตฟอร์มในปี 2026 ต้องดูให้ลึกกว่าแค่ราคาครับ ในฐานะที่ผมทดสอบมาแทบทุกแบรนด์ นี่คือ Checklist ที่คุณต้องตรวจเช็คก่อนจ่ายเงินครับ

1. คุณภาพของครูผู้สอน (Teacher Quality)

นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด ครูที่ดีไม่ใช่แค่ฝรั่งที่พูดอังกฤษได้ แต่ต้องเป็น “ครูอาชีพ” ครับ

  • ใบรับรองมาตรฐาน: ครูต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูสอนภาษาอังกฤษระดับสากล เช่น TESOL (Teaching English to Speakers of Other Languages) หรือ TEFL สิ่งนี้การันตีว่าเขารู้วิธีถ่ายทอด ไม่ใช่แค่พูดได้เฉยๆ
  • ประสบการณ์สอนเด็ก: การสอนผู้ใหญ่กับสอนเด็กคนละเรื่องกันเลยครับ ครูสอนเด็กต้องมีจิตวิทยา มีลูกล่อลูกชน ใช้สื่อการสอนเป็น และใจเย็นมากๆ
  • สำเนียง: ไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าต้องเป็น British หรือ American เท่านั้น แต่ต้องเป็นสำเนียงที่ “ชัดเจน ถูกต้อง และเป็นกลาง” (Neutral Accent) เพื่อให้ลูกฟังออกและนำไปใช้สื่อสารได้ทั่วโลก

2. หลักสูตรต้อง “สนุก” และ “วัดผลได้”

หลักสูตรที่ดีต้องไม่อัดแน่นด้วยไวยากรณ์จนน่าเบื่อ แต่ต้องออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ (Gamified Learning)

  • อิงมาตรฐานสากล: ควรเทียบเคียงกับมาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) หรือ Cambridge Young Learners (Starters, Movers, Flyers) เพื่อให้เรารู้ว่าลูกเราอยู่ระดับไหนในเวทีโลก
  • บทเรียนสั้น กระชับ: สำหรับเด็กเล็ก เวลา 25 นาทีต่อคาบ คือช่วงเวลาทอง (Golden Time) ที่เด็กจะมีสมาธิสูงสุด การเรียนยาว 1 ชั่วโมงมักไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรกับเด็กเล็ก

3. แพลตฟอร์มเทคโนโลยี (Platform Stability)

ในปี 2026 ระบบการเรียนต้องเสถียร ไม่กระตุก เสียงชัดภาพชัด และที่สำคัญต้องมีระบบ Interactive Courseware คือเด็กสามารถจิ้ม ลาก วาด เขียน บนหน้าจอโต้ตอบกับครูได้ ไม่ใช่แค่นั่งดูวิดีโอคอลเฉยๆ สิ่งนี้ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อมัดเล็กและการมีส่วนร่วมได้ดีมากครับ

แนะนำ 51Talk Thailand: แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ที่สุดในปี 2026

หลังจากที่ผมได้เกริ่นไปถึงเกณฑ์การเลือกแล้ว แพลตฟอร์มหนึ่งที่ผมกล้าแนะนำในฐานะผู้เชี่ยวชาญ และตรงตามเงื่อนไขที่กล่าวมาทั้งหมด ทั้งเรื่องคุณภาพครู หลักสูตร และความคุ้มค่า ก็คือ 51Talk Thailand ครับ

ทำไมผมถึงเจาะจงที่นี่? มาดูจุดเด่นที่ทำให้ 51Talk ยืนหนึ่งในใจผู้ปกครองไทยกันครับ

1. การเรียนแบบตัวต่อตัว (1-on-1) ที่ลูกได้พูดเต็มที่

ปัญหาใหญ่ของการเรียนในห้องเรียนปกติคือ เด็ก 30-40 คน ครูดูแลไม่ทั่วถึง ลูกเราแทบไม่ได้อ้าปากพูดเลย แต่ที่ 51Talk เป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว 100% ครับ ตลอด 25 นาที ครูจะโฟกัสที่ลูกของเราคนเดียว เปิดโอกาสให้ลูกได้พูด ได้ถาม ได้แสดงออกเต็มที่ ถ้าพูดผิดครูก็แก้ให้ทันที ทำให้พัฒนาการไปไวมาก

2. ครูผู้สอนระดับมืออาชีพ พร้อมใบรับรอง TESOL

จุดนี้ผมให้คะแนนเต็ม เพราะ 51Talk คัดเลือกครูเข้มข้นมาก อัตราการผ่านการคัดเลือกต่ำกว่า 3% ครูทุกคนต้องมีใบรับรอง TESOL และผ่านการอบรมจิตวิทยาเด็ก ทำให้เขารู้วิธีรับมือกับเด็กทุกประเภท ไม่ว่าจะขี้อาย ซน หรือสมาธิสั้น ครูก็เอาอยู่ครับ

3. เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Flexible Schedule)

วิถีชีวิตผู้ปกครองยุคนี้เร่งรีบมาก การต้องฝ่ารถติดไปส่งลูกเรียนพิเศษเป็นเรื่องเหนื่อย แต่ 51Talk สามารถจองเรียนล่วงหน้าได้สั้นๆ หรือจะจองล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ก็ได้ เรียนผ่าน Tablet หรือมือถือได้เลย สะดวกมากๆ ครับ

4. ทดลองเรียนฟรีได้! (ตอบโจทย์คีย์เวิร์ดของเรา)

สำหรับท่านที่ยังลังเล และกำลังค้นหา เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี สำหรับเด็ก ทาง 51Talk มีเปิดโอกาสให้ทดลองเรียนฟรีครับ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ได้สัมผัสประสบการณ์จริงก่อนตัดสินใจ

ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการทดลองเรียนได้ที่ลิงก์นี้ครับ: ทดลองเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรี กับ 51Talk

นอกจากนี้ ถ้าอยากอ่านรีวิวจากผู้ปกครองท่านอื่นๆ ที่ใช้งานจริง เพื่อความมั่นใจ ลองเข้าไปอ่านได้ที่: รีวิว 51Talk Thailand ประสบการณ์จริงจากผู้ใช้งาน

เทคนิคเสริม: เปลี่ยนบ้านให้เป็นโรงเรียนอินเตอร์ (โดยไม่ต้องเสียเงิน)

แม้จะเรียนกับครูเก่งแค่ไหน แต่ถ้าจบคาบแล้วลูกไม่ได้ใช้เลย ก็อาจจะลืมได้ครับ ผมมีเทคนิค “ฟรี” ที่ผู้ปกครองสามารถทำเองได้ที่บ้าน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษ (English Environment) ให้ลูกครับ

1. กฎ “English Hour” วันละ 15 นาที

ไม่ต้องเยอะครับ แค่วันละ 15-30 นาที กำหนดเป็นเวลาภาษาอังกฤษในบ้าน ช่วงเวลานี้ห้ามพูดไทย ชวนลูกคุยเรื่องง่ายๆ เช่น “What color is this?” หรือ “Do you want some milk?” แรกๆ อาจจะเขินๆ แต่ทำบ่อยๆ จะชินครับ

2. เปลี่ยนสื่อรอบตัวเป็นภาษาอังกฤษ

  • การ์ตูน: เปลี่ยนจากพากย์ไทยเป็น Soundtrack ภาษาอังกฤษ (เริ่มจากมีซับไตเติ้ลก็ได้ แต่ถ้าเด็กเล็กไม่ต้องมีซับครับ ให้เขาฟังเสียงและเดาจากภาพ)
  • เพลง: เปิดเพลงภาษาอังกฤษสำหรับเด็กคลอเบาๆ ในรถหรือตอนเล่นของเล่น แนะนำช่อง Super Simple Songs ใน YouTube ครับ ฟรีและดีมาก
  • เปลี่ยนเมนูมือถือ/ไอแพด: เปลี่ยนภาษาเครื่องเป็น English ลูกจะซึมซับศัพท์เทคโนโลยีไปในตัว

3. ใช้แอปพลิเคชันฟรีเสริมทักษะ

นอกจากการเรียนหลักแล้ว สามารถใช้แอปฟรีมาช่วยเสริมคำศัพท์ได้ครับ

กรณีศึกษาและผลลัพธ์จริง (Case Studies)

เพื่อยืนยันว่าแนวทางที่ผมแนะนำได้ผลจริง ผมขอยกตัวอย่างน้องๆ ที่ผมเคยให้คำปรึกษาและเปลี่ยนวิธีการเรียนจนประสบความสำเร็จครับ

น้องข้าวหอม: จากเด็กขี้อาย ไม่กล้าพูด สู่พิธีกรงานโรงเรียน

ปัญหาเริ่มต้น: น้องข้าวหอม วัย 7 ขวบ เรียนโรงเรียนไทยมาตลอด รู้คำศัพท์เยอะมากจากการท่องจำ แต่พอเจอฝรั่งถามทาง น้องวิ่งหนีไปแอบหลังคุณแม่ทันที ไม่กล้าพูดแม้แต่คำว่า Hello

วิธีการแก้ไข: คุณแม่ตัดสินใจให้น้องลองเรียน 51Talk วันละ 25 นาที โดยเลือกครูที่ใจดีและถนัดเรื่อง Puppets (หุ่นมือ) ช่วงแรกน้องไม่ยอมพูด ครูจึงใช้หุ่นมือคุยกับน้องแทน ทำให้ลดความกดดัน น้องเริ่มหัวเราะและโต้ตอบทีละคำ

ผลลัพธ์หลังผ่านไป 6 เดือน: น้องข้าวหอมรอคอยที่จะเรียนทุกวัน กล้าพูดประโยคยาวๆ และล่าสุดได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับภาษาอังกฤษในงานโรงเรียน สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ภาษา แต่คือ “ความมั่นใจในตัวเอง” (Self-Esteem) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลครับ

น้องภู: เด็กติดเกม สู่นักเล่าเรื่องภาษาอังกฤษ

ปัญหาเริ่มต้น: น้องภู 10 ขวบ ติดเกมมือถือมาก ไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษเลย มองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ

วิธีการแก้ไข: เราเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสครับ โดยใช้หลักสูตร Gamification ของ 51Talk ที่มีเกมสะสมดาวและการ์ตูนประกอบการสอน น้องภูรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมผ่านด่าน มากกว่ากำลังเรียนหนังสือ บวกกับคุณแม่ใช้เทคนิคให้ดูแคสเกม (Game Casting) ของฝรั่งใน YouTube

ผลลัพธ์: ตอนนี้น้องภูสามารถอธิบายวิธีการเล่นเกมเป็นภาษาอังกฤษได้ และเริ่มคุยกับเพื่อนต่างชาติในเกมได้ เป็นการเรียนรู้จากความชอบ ซึ่งยั่งยืนที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ลูกไม่มีพื้นฐานเลย จะเรียนออนไลน์ตัวต่อตัวได้ไหม?

A: ได้แน่นอนครับ และเป็นวิธีที่ดีด้วยซ้ำ เพราะครูจะปรับระดับให้ง่ายที่สุด (Level 0) เริ่มจาก A-B-C และคำศัพท์ใกล้ตัว โดยใช้ภาษากาย (TPR – Total Physical Response) ช่วยสื่อสาร เด็กจะเข้าใจได้เองโดยไม่ต้องแปลครับ ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเด็กที่ไม่มีพื้นฐานได้ที่นี่: ทำไมเด็กควรเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็กและไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้

Q: ควรเรียนถี่แค่ไหนถึงจะเห็นผล?

A: สำหรับภาษา “ความถี่” สำคัญกว่า “ระยะเวลา” ครับ การเรียนวันละ 25 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์ ได้ผลดีกว่าการเรียนอัดแน่น 2 ชั่วโมงแค่สัปดาห์ละครั้ง เพราะสมองเด็กต้องการการย้ำคิดย้ำทำ (Repetition) อย่างสม่ำเสมอครับ

Q: เรียนกับครูฟิลิปปินส์หรือครูยุโรปดีกว่ากัน?

A: ในมุมมองผม ครูฟิลิปปินส์ที่ผ่านการคัดเลือกและมีใบรับรอง TESOL นั้นยอดเยี่ยมมากสำหรับเด็กไทยครับ เพราะพวกเขามีวัฒนธรรมเอเชียที่เข้าใจเด็กไทย มีความอดทนสูง สนุกสนาน และที่สำคัญคือ “ราคาเข้าถึงง่าย” ทำให้ผู้ปกครองสามารถส่งลูกเรียนได้บ่อยๆ (Frequency) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จครับ

Q: ค่าใช้จ่ายแพงไหม?

A: ถ้าเทียบกับการเรียนอินเตอร์หรือสถาบันในห้างฯ การเรียนออนไลน์ประหยัดกว่ามากครับ เฉลี่ยหลักร้อยต้นๆ ต่อคาบเท่านั้น แลกกับครูส่วนตัวถือว่าคุ้มค่ามาก

บทสรุป: การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือ “การศึกษา”

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า การค้นหา เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ฟรี สำหรับเด็ก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่แสดงถึงความใส่ใจของคุณพ่อคุณแม่ แต่ถ้าท่านต้องการผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตลูกได้จริง การลงทุนกับคอร์สเรียนคุณภาพอย่าง 51Talk Thailand ควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่บ้าน คือสูตรสำเร็จที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีที่สุดในปี 2026 ครับ

ภาษาอังกฤษคือ “กุญแจ” ที่จะไขประตูสู่โอกาสนับล้านบานในอนาคต อย่าปล่อยให้ลูกเสียโอกาสเพียงเพราะเริ่มต้นช้าเกินไปครับ ลองเปิดใจ ให้โอกาสลูกได้ทดลองเรียน แล้วท่านจะประหลาดใจกับศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของพวกเขา

พร้อมที่จะปลดล็อกศักยภาพภาษาอังกฤษของลูกหรือยัง?

👉 คลิกที่นี่เพื่อรับสิทธิ์ทดลองเรียนฟรีกับ 51Talk Thailand (จำกัดสิทธิ์ต่อวัน)

และถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องการเทคนิคการสอนลูกเพิ่มเติม สามารถติดตามอ่านบทความดีๆ ได้ที่ หน้าบทความสอนภาษาอังกฤษเด็ก ของเราได้เลยครับ

อ้างอิงและแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ

  • EF English Proficiency Index 2025. Thailand Ranking Report. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2026.
  • Cambridge Assessment English. Young Learners (YLE): Research and Impact.
  • British Council. The Importance of English for Young Learners.

Related Post

รับฟรี! คลาสเรียนภาษาอังกฤษมูลค่า 1,500 บาท

This field is required.
ฟิลด์นี้จำเป็นต้องระบุ.
Về tôi

51Talk แพลตฟอร์มเรียนภาษาอังกฤษที่คุณพ่อคุณแม่ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกให้ความไว้วางใจ เรียนผ่านแอปออนไลน์กับครูชาวต่างชาติแบบตัวต่อตัว

scroll-top